Hunter Yoga Medical โรคที่ควรระวังสำหรับเด็กในช่วงฤดูฝน

โรคที่ควรระวังสำหรับเด็กในช่วงฤดูฝน

เด็ก เป็นช่วงวัยที่ต้องการความเอาใจใส่ในด้านสุขภาพเป็นพิเศษ เป็นเพราะระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายนั้นยังไม่แข็งแรงเท่ากับในวัยผู้ใหญ่ ดังนั้นเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ หรือช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ผู้ปกครองจึงต้องเอาใจใส่สุขภาพของเด็กเป็นพิเศษ วันนี้เราจึงจะมานำเสนอโรคยอดฮิตในวัยเด็กในช่วงหน้าฝน ที่พ่อแม่ผู้ปกครองควรระมัดระวังมากที่สุด จะมีโรคอะไรบ้างนั้นเรามาดูกัน 

3 โรคยอดฮิตในช่วงหน้าฝนที่เด็ก ๆ ควรระวัง 

ไข้เลือดออก

ไข้เลือดออกโรคร้ายที่เกิดจากยุงลายซึ่งเป็นพาหะนำโรคที่อันตราย และควรระวังมากที่สุด สามารถพบได้มากในบริเวณที่มีน้ำขัง และช่วงหน้าฝน โดยเมื่อเด็กป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก จะมีอาการไข้สูง อ่อนเพลีย ซึ่งหากพบอาการดังกล่าว ผู้ปกครองควรพาไปโรคพยาบาล และทำการตรวจเลือดเพื่อยืนยันเชื้ออีกครั้งหนึ่ง สำหรับวิธีป้องกันโรคไข้เลือดออกนั้นสามารถป้องกันได้โดยการให้ลูกสวมเสื้อผ้ามิดชิด เพื่อป้องกันไม่ให้ยุงกัด และกันโดยการทำลายแหล่งน้ำขังซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลายในบ้าน พยายามทำให้บ้านดูโปร่ง ไม่มีมุมอับ และทำลายแหล่งน้ำขังตามจุดต่าง ๆ 

โรคมือเท้าปาก 

โรคมือเท้าปากมักจะเกิดขึ้นในเด็กเล็กอายุไม่เกิน 5 ปี โดยอาการก็คือมีไข้ต่ำ อ่อนเพลีย หลังจากนั้น 2-3 วันจะมีอาการเจ็บปาก และไม่ยอมรับประทานข้าว เพราะมีตุ่มในปาก เพดานปาก กระพุ้งแก้ม และบริเวณลิ้น แล้วจะกลายเป็นตุ่มพองใสในที่สุด นอกจากนี้ยังมีการอักเสบและแดงบริเวณรอบ ๆ ตุ่ม เมื่อตุ่มแตกก็จะกลายเป็นแผลตื้น ๆ และตามมาด้วยอาการผื่นขึ้นตามฝ่ามือ นิ้วมือ และนิ้วเท้า อย่างไรก็ตามโรคนี้ไม่มีความรุนแรงมากนัก โดยอาการจะดีขึ้นภายใน 3-5 วัน และจะหายเป็นปกติภายใน 7-10 วัน ทั้งนี้ผู้ปกครองควรเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด 

ไข้หวัดใหญ่ 

ไข้หวัดใหญ่ โรคในกลุ่มไวรัสที่เกิดกับระบบทางเดินหายใจนั้นเจริญเติบโตได้ดีมากกว่าปกติ โดยเกิดจากอากาศชื้น และเย็นลงในช่วงหน้าฝน ส่งผลให้ช่วงนี้มักมีเด็กป่วยเป็นโรคไข้หวัด และไข้หวัดใหญ่เป็นจำนวนมาก เมื่อได้รับเชื้อแล้วเด็กจะมีอาการคัดจมูก มีน้ำมูกใส จาม คอแห้ง เจ็บคอ มีไข้ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ไอแห้ง และมีเสมหะ และหากอาการรุนแรงก็อาจจะมีโรคอื่นแทรกซ้อนมาคือ ไซนัสอักเสบ หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ เป็นต้น 

จากโรคทั้งหมดที่นำมาเสนอกันในวันนี้จึงสรุปได้ว่าผู้ปกครองควรหมั่นดูแลและไม่ควรมองข้ามอาการป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ยิ่งอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยเช่นนี้ พ่อแม่ หรือผู้ปกครองควรดูแลเอาใจใส่ ล้างมือบ่อย ๆ ในทุกครั้งที่ทำกิจกรรม กินอาหารที่เป็นประโยชน์ และพยายามหลีกเลี่ยงการพาลูกไปตามสถานที่ที่คนพลุกพล่าน นอกจากนี้ก็ควรให้ลูกได้รับวัคซีนตามกำหนดอย่างเช่น วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ วัคซีนป้องกันปอดอักเสบ วัคซีนป้องกันไข้เลือดออก เพื่อให้ลูกรักของคุณสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ และห่างไกลจากโรคร้ายนั่นเอง 

Related Post

Acid reflux

กรดไหลย้อน โรคที่ทุกคนควรระวังให้มากที่สุดกรดไหลย้อน โรคที่ทุกคนควรระวังให้มากที่สุด

เชื่อว่าหลาย ๆ คนจะต้องเคยเป็น “กรดไหลย้อน” กันอย่างแน่นอน ซึ่งบางคนอาจจะบอกว่า กรดไหลย้อนเป็นอาการที่จะเกิดขึ้นได้ หากเรารับประทานอาหารแล้วนอนในทันที โดยที่อาหารยังไม่ย่อยก็จะก่อให้เกิดกรดไหลย้อนได้ง่ายเช่นเดียวกัน แต่ทุกคนรู้หรือไม่ว่าความจริงแล้วกรดไหลย้อนสามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ ดังนั้นหากใครที่เป็นกรดไหลย้อนบ่อย มาดูกันเลยว่ากรดไหลย้อนจะมีวิธีการรักษาได้อย่างไรบ้าง สาเหตุที่ทำให้เกิดกรดไหลย้อน มีสาเหตุใดบ้าง สำหรับกรดไหลย้อน จะเป็นโรคที่เกิดจากการไหลย้อนของสารคัดหลั่งในกระเพาะอาหาร ไม่ว่าจะเป็น กรดหรือแก๊สกลับไปที่หลอดอาหาร ซึ่งปกติแล้วร่างกายของเรามักจะมีการไหลย้อนของกรดในกระเพาะอาหารขึ้นไปที่หลอดอาหารอยู่บ้าง โดยเฉพาะในช่วงหลังรับประทานอาหารเสร็จ แต่ผู้ที่เป็นโรคนี้มักจะมีปริมาณของกรดที่ย้อนมากขึ้นกว่าปกติ ทั้งนี้สาเหตุหรือปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคกรดไหลย้อนจะมีอยู่หลากหลายปัจจัยด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น พฤติกรรมการใช้ชีวิต โรคอ้วน ความผิดปกติของการบีบตัวของกระเพาะอาหาร ความผิดปกติในการบีบตัวของหลอดอาหาร หรือความผิดปกติของหูรูดส่วนปลายหลอดอาหาร เป็นต้น ดังนั้นในส่วนนี้เราจำเป็นต้องรักษาอย่างถูกวิธี

ยาคุมฉุกเฉิน

ยาคุมฉุกเฉิน ยาคุมฉุกเฉิน 

ยาคุมฉุกเฉิน (Emergency Contraceptive Pill) ) ยาคุมฉุกเฉินมีข้อบ่งใช้ในการป้องกันการตั้งครรภ์ในกรณีฉุกเฉิน ขอย้ำว่าใช้ในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น ซึ่งเป็นยาเม็ดฮอร์โมนขนาดสูงที่รับประทานหลังจากมีเพศสัมพันธ์ เพื่อลดโอกาสที่จะตั้งครรภ์หลังจากที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน หรือเกิดความผิดพลาดจากการคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่น เช่น ถุงยางอนามัยฉีกขาด ฝ่ายหญิงลืมรับประทานยาคุมกำเนิด รวมถึงแม้กระทั่งการถูกข่มขืนกระทำชำเรา  อสุจิสามารถอยู่ได้ในทางเดินระบบสืบพันธุ์ผู้หญิงนานสุดถึง 5 วันหลังการมีเพศสัมพันธ์ หากไข่ตกภายในช่วง5 วันนี้สามารถเกิดการปฏิสนธิ(fertilization) และอาจทำให้ตั้งครรภ์ได้ ดังนั้นการออกฤทธิ์ของยาคุมกำเนิดฉุกเฉินจะต้องป้องกันไม่ให้เกิดการปฏิสนธิหรือไม่ให้เกิดการฝังตัวโดยมีกลไกที่สำคัญคือ รบกวนหรือชะลอการตกไข่ รบกวนการเคลื่อนที่ของอสุจิที่จะเข้าไปผสมกับไข่ และเปลี่ยนแปลงเยื่อบุโพรงมดลูกเพื่อทำให้ยากแก่การฝังตัวของไข่ที่ผสมกับอสุจิแล้ว เนื่องจากยาออกฤทธิ์ป้องกันไม่ให้ไข่ที่ผสมกับอสุจิแล้วฝังตัวที่เยื่อบุโพรงมดลูก ดังนั้นหากมีการฝังตัวของไข่ที่ผสมกับอสุจิที่ผนังมดลูกไปแล้วค่อยรับประทานยา ยาที่รับประทานเข้าไปก็จะไม่สามารถเข้าไปป้องกันการตั้งครรภ์และไม่สามารถทำให้เกิดการแท้งได้  วิธีการรับประทานยาคุมฉุกเฉิน  ในกล่องของยาคุมฉุกเฉิน 1

Prenatal care during pregnancy

ไขข้อสงสัยเมื่อตั้งครรภ์ ทำไมคุณแม่ถึงจำเป็นต้องฝากครรภ์ทันที?ไขข้อสงสัยเมื่อตั้งครรภ์ ทำไมคุณแม่ถึงจำเป็นต้องฝากครรภ์ทันที?

ผู้หญิงทุกคนจะรู้กันเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่า เมื่อเราตั้งครรภ์จะต้องรีบไปฝากครรภ์ในทันที เพราะการฝากครรภ์จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยป้องกัน หรือติดตามพัฒนาการของลูกในครรภ์ได้ตลอดทั้ง 9 เดือน และเชื่อเลยว่าหากใครที่เป็นคุณแม่มือใหม่ จะต้องกังวลในเรื่องนี้อย่างแน่นอน เพราะยังไม่มีประสบการณ์ในการฝากครรภ์มาก่อน และจะต้องมีคำถามตามมาอย่างมากมายว่า ควรฝากครรภ์ในช่วงไหนดี หรือฝากครรภ์ที่ไหนดี และต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง เพราะฉะนั้นเราไปไขข้อสงสัยในส่วนนี้กันเลย ไขข้อสงสัย ทำไมเราต้องฝากครรภ์เมื่อท้อง สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ ที่มีอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ สิ่งแรกที่คุณแม่ควรทำเมื่อรู้ตัวว่าท้อง คือ การฝากครรภ์นั่นเอง เพราะการฝากครรภ์จะเป็นการติดตาม และเฝ้าระวังในเรื่องความไม่ผิดปกติ หรือเรื่องที่อาจจะเกิดขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์ อย่างเช่น ดาวน์ซินโดรม ซิฟิลิส โรคเบาหวาน