Hunter Yoga Medical กินเผ็ดเกินไปทำให้ท้องเสียได้จริงหรือไม่?

กินเผ็ดเกินไปทำให้ท้องเสียได้จริงหรือไม่?

สำหรับใครที่ชื่นชอบการรับประทานอาหารรสจัด ไม่ว่าจะเป็น ยำ ส้มตำ หรือแม้แต่การรับประทานอาหารประเภทอื่น ๆ และใส่พริกเข้าไปเยอะ ๆ เมื่อเรารับประทานเสร็จแล้วอาจจะทำให้ท้องเสียได้ ซึ่งอาการท้องเสียหลังรับประทานอาหารเผ็ดหรืออาหารรสจัด สามารถเกิดขึ้นไปกับทุกคน เพราะการกินเผ็ดแล้วท้องเสียจะเกี่ยวข้องกับการตอบสนองของร่างกายต่อสารบางชนิด แต่ทั้งนี้การกินเผ็ดแล้วท้องเสียก็ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลอย่างที่คิด แถมยังมีวิธีรับมืออีกด้วย เพราะฉะนั้นหากใครที่ชื่นชอบการรับประทานอาหารรสจัด มาดูกันเลยว่าจะมีวิธีรับมือได้อย่างไร

สาเหตุของอาการกินเผ็ดแล้วท้องเสีย

แน่นอนว่าหากเรากินเผ็ด จะต้องเป็นอาหารที่มีพริกเป็นส่วนประกอบอย่างแน่นอน และในพริกจะมีสารชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า สารแคปไซซิน ซึ่งเป็นสารที่ออกฤทธิ์เผ็ดร้อน ยิ่งเรารับประทานอาหารที่มีความเผ็ดมากเท่าไหร่ ร่างกายจะได้รับสารนี้มากยิ่งขึ้น และฤทธิ์ของสารนี้เอง อาจจะส่งผลให้เกิดการระคายเคืองในเยื่อบุกระเพาะอาหาร จนทำให้เกิดอาการท้องเสียตามมาได้ ทั้งนี้อาการกินเผ็ดแล้วท้องเสียจะเกิดขึ้นกับแค่บงคนเท่านั้น เพราะในแต่ละคนจะมีการต่อต้านฤทธิ์ของสารที่แตกต่างกันอกไปนั่นเอง

วิธีรับมือกับอาการกินเผ็ดแล้วท้องเสีย

แม้ว่าอาการกินเผ็ดแล้วท้องเสียจะไม่น่ากังวล แต่หากใครที่เกิดอาการนี้เป็นประจำ หรือเกิดขึ้นอย่างรุนแรง ก็ไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพเท่าไหร่นัก ดังนั้นหากใครที่ชื่นชอบการกินอาหารเผ็ด หรืออาหารรสจัด ควรมีวิธีรับมือและป้องกันไม่ให้เกิดอาการท้องเสีย โดยที่จะมีวิธีการรับมือดังนี้

  • เมื่อรู้สึกเผ็ดไม่ควรดื่มน้ำในทันที เพราะจะทำให้เกิดอาการเผ็ดร้อนในปากรุนแรงมากกว่าเดิม แต่ควรเลือกดื่มนม น้ำมะนาว ขนมปัง หรือขนมหวานทดแทน เพื่อเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยแก้ความเผ็ดได้อย่างง่ายดาย และยังช่วยลดการระคายเคืองกระเพาะอาหารได้อีกด้วย
  • เมื่อเราเกิดอาการท้องเสีย ควรจิบน้ำบ่อย ๆ เพื่อทดแทนน้ำในร่างกายที่สูญเสียไป หรือหากท้องเสียมีอาการรุนแรงมาก ควรดื่มเกลือแร่เพื่อช่วยทดแทนแร่ธาตุในร่างกายได้นั่นเอง
  • หากเกิดอาการท้องเสียควรเลือกรับประทานอาหารที่มีรสอ่อน ๆ ที่มีรสจืด อย่างเช่น โจ๊ก หรือข้าวต้ม

สำหรับใครที่เกิดอาการท้องเสียหลังกินเผ็ด จำเป็นต้องมองหาวิธีการรับมืออย่างมีประสิทธิภาพ เพราะถึงแม้ว่าจะไม่น่ากังวล หรือไม่มีอาการรุนแรงเท่าไหร่นัก แต่หากอาการเหล่านี้เกิดขึ้นเป็นประจำ ก็อาจจะก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ทุกคนจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรสเผ็ดติดต่อกัน และเลือกใช้วิธีรับมืออย่างเหมาะสม และมีประสิทธิภาพ เชื่อช่วยลดอาการและลดความเสี่ยงได้มากยิ่งขึ้น

Related Post

Anemia

ภาวะโลหิตจาง ไม่แช่โรคแต่สร้างปัญหาสุขภาพที่รุนแรงได้ ภาวะโลหิตจาง ไม่แช่โรคแต่สร้างปัญหาสุขภาพที่รุนแรงได้ 

หลายคนอาจจะเคยได้ยินเกี่ยวกับภาวะโลหิตจางมาแล้วใช่หรือไม่ ภาวะที่หากเกิดขึ้นกับร่างกายของคุณแล้วละก็อาจทำให้การใช้ชีวิตของคุณไม่เป็นเหมือนเดิมอีกต่อไป หลายคนที่กำลังเป็นอยู่ หรือสงสัยว่าเป็น แต่ยังไม่แน่ใจว่าใช่อาการของภาวะดังกล่าวหรือไม่ วันนี้เราจะมาบอกถึงความหมายของภาวะโลหิตจาง ลักษณะอาการ รวมไปถึงความอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการเกิดภาวะดังกล่าวให้ทุกคนได้ศึกษาไปด้วยกันในบทความนี้  ภาวะโลหิตจาง คืออะไร  ภาวะของโลหิตจาง (Anemia) หรือที่หลายคนเรียกกันว่า ภาวะซีด คือภาวะที่คนคนหนึ่งมีความเข้มข้นของเลือดแดงต่ำกว่าปกติ โดยองค์การอนามัยโลก WHO ได้ระบุเกณฑ์ภาวะโลหิตจางเอาไว้ว่า ผู้ป่วยที่มีปริมาณฮีโมโกลบิน (Hemoglobin) ต่ำกว่า 12 g/dL (ในเพศหญิง), ต่ำกว่า 13 g/dL (ในเพศชาย) และต่ำกว่า 11

โรคไต

โรคไตมีสาเหตุจากอะไรโรคไตมีสาเหตุจากอะไร

โรคไต หรือโรคไตเรื้อรัง คือการที่ไตมีการทำงานผิดปกติ หรือไตทำงานได้ลดลง เกิดได้จากหลายสาเหตุและส่วนมากที่จะสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนเลยก็จะเป็นในส่วนของการที่ร่างกายเกิดการบวมน้ำนั้นเองเพราะร่างกายของเรานั้นถ้าหากมีความผิดปกติที่เกิดขึ้นมาแล้วเราก็จะสังเกตได้ไม่ยากเลย ดังนั้นเรื่องของโรคไตจึงเป็นเรื่องที่จะมองข้ามผ่านไปไม่ได้เลยเพราะหากเรามองข้ามไปแล้วจะไม่ใช่เรื่องที่ดีกับเราเองอย่างยิ่งด้วยและที่สำคัญในเรื่องของโรคไตนั้นก็ส่วนมากจะมีสาเหตุเกิดจากการที่เราทานของที่เค็มเป็นระยะเวลานานหรืออาจจะเกิดจากการที่เป็นกรรมพันธุ์ก็ได้อีกด้วย คนที่เป็นโรคไตหากเป็นในระยะสุดท้าย ผู้ป่วยอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหาร ปริมาณปัสสาวะออกน้อยซึ่งในบางรายอาจไม่มีปัสสาวะออกเลย ตัวบวม เกิดภาวะน้ำท่วมปอด หายใจลำบาก นอนราบไม่ได้เนื่องจากมีภาวะน้ำเกินในร่างกาย มีภาวะโลหิตจางซึ่งทั้งหมดนี้ก็ส่งผลต่อระบบต่างๆในร่างกายอีกด้วย เรื่องนี้เราจึงควรที่จะต้องให้ความสนใจกันอย่างมากมายด้วยเพราะถ้าหากเราได้ให้ความสนใจแล้วก็จะได้มีวิธีการป้องกันที่ดียิ่งขึ้นด้วย อย่างน้อยการที่เราได้รักษาโรคไตก่อนนั้นก็จะทำให้เรามีความสุขอย่างมากเลยเพราะเราจะไม่ทรมานในภายหลังนั้นเอง ถ้าหากเรารู้ว่าเรามีอาการเหล่านี้ก็ควรที่จะต้องลองไปตรวจสุขภาพดูเพราะอย่างน้อยการที่เราได้รู้ก่อนว่าตัวเองเป็นอะไรจะได้รักษาได้ทันเวลาและถ้าหากเรารู้ว่าเราเป็นโรคไตนั้นก็จะได้รีบเอายามาทานหรือหาวิธีในการรักษาต่อไปด้วยเพราะยิ่งเราได้หาวิธีในการรักษาได้มากเท่าไหร่ก็จะเป็นสิ่งที่ดีกับเราเองอย่างมากเลย โรคไตที่มีสาเหตุจากพันธุกรรม ได้แก่ แบบทารกซึ่งมักจะเสียชีวิตตั้งแต่เกิด  และแบบผู้ใหญ่ ซึ่งมักพบความผิดปกติได้อย่างมากมายด้วย เราจึงควรที่จะต้องให้ความสำคัญมากๆด้วยจะยิ่งดีเพราะอย่างน้อยการที่เราได้ให้ความสำคัญกับเรื่องของการเป็นโรคไตนั้นก็จะดีอย่างยิ่งเลย  คนที่เป็นโรคไตนั้นก็จะมีความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูง หากไม่สามารถควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้ จะส่งผลต่อระบบต่างๆของร่างกายได้อย่างมากมายด้วยเราจึงควรที่จะต้องให้การเรียนรู้อย่างที่สุดในเรื่องของโรคไตเพราะจะได้ไม่เกิดอันตรายขึ้นกับเราเองด้วย เรื่องของสุขภาพคนเรานั้นจึงสำคัญอย่างมากเลยที่จะมองข้ามไปไม่ได้

Menstrual cramps

อาการปวดท้องประจำเดือนคืออะไร และหากเป็นสามารถดูแลตัวเองในเบื้องต้นได้อย่างไรบ้างอาการปวดท้องประจำเดือนคืออะไร และหากเป็นสามารถดูแลตัวเองในเบื้องต้นได้อย่างไรบ้าง

อาการปวดท้องประจำเดือน เป็นอาการที่สาว ๆ หลายคนเป็นกันในทุก ๆ เดือน โดยอาการปวดประจำเดือนก็จะเป็นอาการที่เกิดขึ้นบริเวณท้องน้อย หรือว่าบริเวณอุ้งเชิงกราน และส่วนใหญ่แล้วอาการปวดท้องประจำเดือนมักจะมีขึ้นในช่วงก่อนประจำเดือนมา 1-2 วัน ในบางรายนอกจากที่จะมีอาการปวดท้องประจำเดือนแล้ว ก็อาจจะมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น การปวดหลัง, คลื่นไส้ หรือว่าถ่ายเหลว ทั้งนี้จากการสำรวจก็พบว่า ผู้หญิงมากถึง 60-90 เปอร์เซ็นต์ มักจะมีอาการปวดท้องประจำเดือน ซึ่งอาการปวดจะมีมากหรือว่ามีน้อยก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล และแล้วแต่ปัจจัยอื่น ๆ ประกอบกันด้วยนั่นเอง เมื่อปวดท้องประจำเดือน สามารถดูแลตัวเองในเบื้องต้นได้อย่างไรบ้าง