Hunter Yoga Medical ลำไส้อักเสบเฉียบพลัน โรคร้ายที่ต้องระวังอันมีสาเหตุมาจากการ “กิน”

ลำไส้อักเสบเฉียบพลัน โรคร้ายที่ต้องระวังอันมีสาเหตุมาจากการ “กิน”

ลำไส้อักเสบเฉียบพลัน โรคที่เกิดได้จากการสัมผัสสิ่งสกปรกรอบ ๆ ตัวเราในแต่ละวัน โดยมักจะเกิดขึ้นกับคนที่ไม่ล้างมือก่อนการรับประทานอาหาร หรืออาจเกิดได้จากการที่อาหารที่รับประทานเข้าไปนั้นมีเชื้อปนเปื้อนอยู่ หรือการผลิตอาหารด้วยกรรมวิธีที่ไม่สะอาดนั่นเอง ส่งผลให้เกิดโรคลำไส้อักเสบเฉียบพลัน ตามมาได้นั่นเอง 

ลำไส้อักเสบเฉียบพลัน คืออะไร 

ลำไส้อักเสบเฉียบพลัน เกิดจากการกินอาหาร หรือน้ำที่มีสารพิษปนเปื้อนเข้าไปในร่างกายของเรา โดยทั่วไปแล้วแพทย์จะวินิจฉัยว่า อาหารเป็นต้นเหตุให้เกิดโรคดังกล่าว โดยจะถือเอาอาหารมื้อล่าสุดเป็นต้นเหตุในการเกิดโรค แต่สำหรับโรคติดเชื้อทางลำไส้นั้นไม่แน่นอนเสมอไป เพราะโรคนั้นจะมีระยะเวลาที่เกิดขึ้นซึ่งจะเรียกว่าระยะฟักตัว อันเป็นลักษณะของการติดเชื้อ โดยสามารถใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงไปจนถึงหลายวันเลยก็มี 

การแบ่งประเภทของโรคลำไส้อักเสบเฉียบพลัน ที่มาจากการติดเชื้อ

1. เกิดจากแบคทีเรีย 

เป็นลักษณะที่ไม่มีการรุกรานผิวของลำไส้ (Non-invasive) ส่วนใหญ่เกิดจากแบคทีเรียที่ทำให้เกิดอาการท้องเสีย อาจทำให้ถ่ายมากกว่า 10 ลิตรต่อวัน และทำให้เกิดภาวะช็อกจากการสูญเสียน้ำได้ภายในระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมง 

2. เกิดจากรุกรานทำลายผิวของลำไส้โดยแบคทีเรีย 

อาการที่ทำให้เกิดโรคที่เกิดจากการทำลายผนังของลำไส้ ทำให้มีอาการท้องเสีย ปวดท้อง มีไข้สูง อาจมีอุจจาระมีมูกเลือด และมีกลิ่นเหม็นออกมา อันเนื่องมาจากการติดเชื้อไวรัส Viral gastroenteritis ซึ่งจะพบบ่อยในเด็กเล็ก ส่วนในผู้ใหญ่นั้นมักจะพบการติดเชื้อ Rota visus, Adenovirus หรือ Norovirus ส่งผลให้มีอาการท้องเสีย ปวดท้อง มีไข้ คลื่นไส้ และปวดตามตัว เป็นต้น 

อาการที่เกิดจากโรคลำไส้เฉียบพลัน ที่ต้องพบแพทย์โดยด่วน 

– คลื่นไส้ อาเจียน รับประทานอาหารไม่ได้ ทำให้ร่างกายขาดน้ำจนเกิดภาวะช็อกได้ 

– สูญเสียน้ำจากอาการท้องเสีย รู้สึกอ่อนเพลีย หน้ามืด ปากแห้ง มือเท้าเย็นคล้ายจะหมดสติ 

– ปวดท้องบิด เกิดเป็นช่วง ๆ มักมีอาการถ่ายท่องตามมา หากเป็นอาการปวดท้องตลอดเวลาโดยไม่เว้นช่วง อาจจะเกิดจากลำไส้อักเสบธรรมดา 

– มีไข้สูง รู้สึกหนาวสั่น อาจเกิดติดเชื้อรุนแรงจนทำให้รู้สึกอาการหนาวสั่นได้ 

– มีมูกเลือดมาจากการอุจจาระ อาจมีอาการปวดหน่วง ๆ ที่รูทวารเป็นอาการของลำไส้ใหญ่อักเสบ

อย่างไรก็ตามอาหารของโรคลำไส้อักเสบเฉียบพลันนั้น เป็นโรคที่สามารถเกิดได้ทั้งในเด็ก และผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นโรคที่มีอาการรุนแรงและหากปล่อยไว้อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตเลยทีเดียว สำหรับวิธีการป้องกันคือการรับประทานอาหารปรุงสุก ในภาชนะที่สะอาด หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ทิ้งไว้นาน ๆ ล้างมือก่อนรับประทานอาหาร และหากมีอาการปกติตามที่เราได้แนะนำไปข้างต้นแล้ว ควรของคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที 

Related Post

การทำ ivf

การเลี้ยงดูลูกจากการทำ IVF: เหมือนหรือต่างกับเด็กทั่วไปการเลี้ยงดูลูกจากการทำ IVF: เหมือนหรือต่างกับเด็กทั่วไป

การทำเด็กหลอดแก้ว หรือ การทำ IVF (In Vitro Fertilization) เป็นเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ  ช่วยสานฝันให้กับคู่รักที่ประสบปัญหาการมีบุตรยาก  แต่เมื่อมีลูกจากเทคโนโลยีนี้  คำถามที่ตามมาคือ  การเลี้ยงดูลูกจากการทำ IVF ต่างจากเด็กที่เกิดตามธรรมชาติหรือไม่?   ความเหมือนที่มากกว่าความต่าง ความจริงก็คือ ลูก IVF ไม่ได้แตกต่างจากเด็กทั่วไปในแง่ของพัฒนาการ การเจริญเติบโต หรือความต้องการพื้นฐาน  พวกเขาก็ต้องการความรัก ความเอาใจใส่ การดูแลสุขภาพกายและใจ  การศึกษา และการเล่นสนุก เหมือนกับเด็กทุกคน   สิ่งสำคัญในการเลี้ยงดูลูก IVF การทำ

influenza

โรคที่ควรระวังสำหรับเด็กในช่วงฤดูฝนโรคที่ควรระวังสำหรับเด็กในช่วงฤดูฝน

เด็ก เป็นช่วงวัยที่ต้องการความเอาใจใส่ในด้านสุขภาพเป็นพิเศษ เป็นเพราะระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายนั้นยังไม่แข็งแรงเท่ากับในวัยผู้ใหญ่ ดังนั้นเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ หรือช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ผู้ปกครองจึงต้องเอาใจใส่สุขภาพของเด็กเป็นพิเศษ วันนี้เราจึงจะมานำเสนอโรคยอดฮิตในวัยเด็กในช่วงหน้าฝน ที่พ่อแม่ผู้ปกครองควรระมัดระวังมากที่สุด จะมีโรคอะไรบ้างนั้นเรามาดูกัน  3 โรคยอดฮิตในช่วงหน้าฝนที่เด็ก ๆ ควรระวัง  ไข้เลือดออก ไข้เลือดออกโรคร้ายที่เกิดจากยุงลายซึ่งเป็นพาหะนำโรคที่อันตราย และควรระวังมากที่สุด สามารถพบได้มากในบริเวณที่มีน้ำขัง และช่วงหน้าฝน โดยเมื่อเด็กป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก จะมีอาการไข้สูง อ่อนเพลีย ซึ่งหากพบอาการดังกล่าว ผู้ปกครองควรพาไปโรคพยาบาล และทำการตรวจเลือดเพื่อยืนยันเชื้ออีกครั้งหนึ่ง สำหรับวิธีป้องกันโรคไข้เลือดออกนั้นสามารถป้องกันได้โดยการให้ลูกสวมเสื้อผ้ามิดชิด เพื่อป้องกันไม่ให้ยุงกัด และกันโดยการทำลายแหล่งน้ำขังซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลายในบ้าน พยายามทำให้บ้านดูโปร่ง ไม่มีมุมอับ และทำลายแหล่งน้ำขังตามจุดต่าง

Denture Care

ผู้ที่ใส่ฟันปลอมต้องรู้ การดูแลฟันปลอมแบบถอดได้ จะต้องดูแลอย่างไรบ้างผู้ที่ใส่ฟันปลอมต้องรู้ การดูแลฟันปลอมแบบถอดได้ จะต้องดูแลอย่างไรบ้าง

อย่างที่รู้กันดีว่า ฟันของคนเรามีอายุขัย และมีโอกาสที่จะหลุดร่วงหมดไปตามกาลเวลา เมื่อมีฟันหลุดร่วงไป เราก็จำเป็นที่จะต้องหาฟันใหม่เข้ามาแทนที่ เพื่อที่จะช่วยให้สามารถกินอาหารได้เหมือนเดิม โดยทางเลือกที่มักจะใช้กันเมื่อฟันแท้หลุดร่วงไปแล้ว ก็คือ การใช้ฟันปลอม ปัจจุบันนี้มีฟันปลอมก็มีให้เลือกอยู่ 2 ประเภทด้วยกัน นั่นก็คือ ฟันปลอมแบบถอดได้ และฟันปลอมแบบติดแน่น ฟันปลอมทั้งสองแบบนั้น ก็มีความแตกต่างกันอยู่ในหลาย ๆ เรื่อง รวมถึงเรื่องของการดูแลฟันปลอมทั้งสองแบบนี้ก็ไม่เหมือนกันด้วย ซึ่งการดูแลรักษาที่ถูกวิธีถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ และเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจมาก ๆ นั่นก็เพื่อสุขลักษณะที่ดีในการช่องปาก ในการดูแลฟันปลอมแบบถอดได้ก็จะต้องดูแลให้ถูกวิธีเช่นกัน แล้ววิธีการดูแลฟันปลอมแบบถอดได้ จะต้องทำอย่างไรบ้าง มาติดตามกันเลย วิธีการดูแลฟันปลอมแบบถอดได้ ต้องทำอย่างไร