การเลี้ยงลูกสมัยนี้ จะว่าง่ายก็ง่าย เพราะมีอุปกรณ์ช่วยเหลือมากมาย รวมทั้งเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เข้ามามีส่วนช่วยอำนวยความสะดวกได้มาก แต่จะว่ายากก็ยาก เพราะเด็กสมัยนี้เรียนรู้ได้เร็วและมักจะเลียนแบบพฤติกรรมจากคนในสื่อ จะเห็นด้ว่าเด็กสามารถเข้าถึงสื่อต่าง ๆ ได้เร็วกว่าเด็กในยุคก่อน ๆ ด้วยเหตุนี้เหล่าผู้ปกครองจึงต้องระมัดระวังและดูแลเอาใจใส่เด็กในวัยที่กำลังเรียนรู้ เพื่อให้เดินไปในทางที่เหมาะสม
แต่การดูแลลูกน้อยของคุณให้ฉลาดและเป็นเด็กดีนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไป บทความนี้ขอแบ่งปันเคล็ดลับดี ๆ สำหรับพ่อแม่มือใหม่ ที่อยากเลี้ยงลูกในยุคนี้ให้เติบโตไปเป็นคนที่ฉลาดและเป็นเป็นคนดี จะเริ่มต้นยังไง ลองมาอ่านกัน
เคล็ดลับเลี้ยงลูกน้อยให้ฉลาดและเป็นเด็กดี
การใช้เวลาร่วมกันในครอบครัว
หลายครอบครัวมักจะมีเวลาอยู่ด้วยกันน้อย เพราะคุณพ่อคุณแม่บางครั้งก็งานยุ่งจนไม่มีเวลาคุยกับลูก เข้าใจว่าอยากทำงานให้ได้เงินเยอะ ๆ จะได้ไม่ต้องลำบากในภายภาคหน้า แต่คุณพ่อคุณแม่ควรใช้เวลาอยู่ร่วมกับลูกแบบพร้อมหน้าพร้อมตาบ้าง ให้เวลากับลูก และให้ลูกได้พูดคุย เล่าเรื่องต่าง ๆ ให้ฟัง เป็นที่พึ่งพาทางใจให้ลูก
อย่างน้อยหาเวลาว่างสัก 1 วันต่อสัปดาห์ เป็นวันครอบครัวที่ทุกคนอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน และพากัน ไปทำกิจกรรมสนุกๆ ด้วยกัน กิจกรรมเหล่านี้จะเป็นเหมือนตัวช่วยในการกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัว และจะส่งผลให้ลูกมีสุขภาพจิตที่ดี และเป็นคนอารมณ์ดี
ไม่ตามใจจนเกินไป มีเหตุผล
การตามใจที่มากเกินไปจะมีผลเสีย แต่ไม่ใช่ว่าจะตามใจไม่ได้เลย เข้าใจว่าผู้ใหญ่ก็อยากจะมอบสิ่งที่ดีที่ถูกใจให้แก่เด็ก ๆ อยากจะให้เขามีความสุข แต่ทุกอย่างก็ควรจะมีขีดจำกัด และกระทำบนพื้นฐานของความพอดี
ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเด็กอยากได้ของชิ้นหนึ่ง ก็อย่าเพิ่งตัดสินใจซื้อให้โดยทันที แต่ให้เด็กได้ไปหาเหตุผลมาก่อนว่า ทำไมจึงอยากได้ของชิ้นนั้น หรือบอกว่าของชิ้นนั้นสำคัญอย่างไรจึงจำเป็นต้องซื้อในตอนนี้ ถือว่าเป็นการฝึกให้เด็กมีความยับยั้งชั่งใจและเห็นคุณค่าของสิ่งของแต่ละชิ้น เห็นคุณค่าของเงิน และใช้ของแต่ละชิ้นอย่างรู้คุณค่า
การเรียนนอกเวลาสำคัญแค่ไหน?
ทุกวันนี้การแข่งขันเริ่มแผ่ลงมาถึงเด็ก ๆ วัยเรียน จากที่เราเห็นทั่วไปว่าเด็ก ๆ มักจะมีการเรียนพิเศษเพิ่มเติมหลังเลิกเรียน และกลับบ้านกันดึก แถมยังมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากเดิมอีก แต่ปัญหาก็คือ การที่พ่อแม่ไม่ได้ติดตามว่าเมื่อส่งลูกไปเรียนพิเศษนั้น ลูกได้เรียนรู้เพิ่มเติมมามากน้อยแค่ไหน และการเรียนเสริมนั้นได้ผลจริงไหม
เพราะบางสถาบันก็เป็นการสอนแบบให้เด็กนั่งดูจอที่อัดการสอนเอาไว้เฉย ๆ ซึ่งอาจไม่ได้เรียนรู้เท่าที่ควร หรือเด็กบางคนอาจแค่อยากไปเรียนพิเศษเพราะเรียนตามเพื่อน ยิ่งไม่คุ้มกับค่าคอร์สเรียนที่ต้องจ่ายไปเลย แนะนำว่าหากไม่ได้มีงบประมาณสูงมากนัก การให้ลูกน้อยทบทวนบทเรียนที่บ้านก็เพียงพอแล้ว และให้ออกไปทำงานอดิเรกเพื่อผ่อนคลายสมองบ้าง
